hits counter
สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน
Google
กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
จัดลำดับบทความ
>> หน้าหลักของบทความ >> คลื่นพายุซัดฝั่ง STORM SURGE >> STORM SURGE คลื่นพายุซัดฝั่ง คืออะไร
STORM SURGE คลื่นพายุซัดฝั่ง คืออะไร
          หลายๆคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับ STORM SURGE คลื่นพายุซัดฝั่ง แต่เท่านรู้หรือไม่ว่าคืออะไร แล้วกรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบนี้ด้วยหรือไม่ 

คลื่นพายุซัดฝั่ง STORM SURGE คืออะไร  
                   คลื่นพายุซัดฝั่ง STORM SURGE คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อน ในวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วนไม่แจ่มใสสภาพอากาศเลวร้าย เมฆฝนก่อตัว ฝนตกหนักลมพัดแรง พื้นที่ชายฝั่ง จะมีแรงกด ยกระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าปกติกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ ซัดจากทะเลเข้าหาชายฝั่งอย่างรวดเร็ว จนสร้างความเสียหายต่อชีวิต อาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง จากข้อมูลในอดีตยังไม่เคยมีปรากฏการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาก่อน

                                         


                 ดังนั้นกรุงเทพมหานครพร้อมรับมือกับคลื่นพายุซัดฝั่งเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับคลื่นพายุ ซัดฝั่ง (STORM SURGE) ไว้พร้อมแล้วโดยได้จัดเตรียมแผนปฏิบัติการทั้ง ก่อน ระหว่าง และหลัง เกิดภัยพิบัติ แผนเตือนภัยและแผนการอพยพ ประชาชน รวมทั้งจัดให้มีการ ซักซ้อมแผนเตือนภัยและแผนอพยพอีกด้วย หากเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง กรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ล่วงหน้า 4-6 วันและกำหนดสีเพื่อ แสดงความรุนแรงในระดับต่าง ๆ คือ

       สีแดง : พื้นที่ที่จะเกิดภัยพิบัติรุนแรงมาก อาจมีคลื่นสูง 1-3 เมตร
       สีส้ม : พื้นที่ที่มีความรุนแรงน้อย อาจเกิดคลื่นสูง 0.2-1 เมตร ในขณะที่
       สีเหลือง และ สีเขียว จะแสดงถึงพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังเพียงเล็กน้อย สามารถควบคุมและแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น
ซึ่งประชาชนจะสามารถติดตามสถานการณ์คลื่นพายุซัดฝั่ง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ www.bangkok.go.th

                                                                       
พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ
ฝั่งพระนคร
  • จากชายฝั่งถึงถนนสุขุมวิทสายเก่า (พื้นที่สีแดง)
  • จากถนนสุขุมวิทสายเก่า ถึงถนนบางนา-ตราด
  • (พื้นที่สีส้ม) และบางส่วนของเขตบางนา

    ฝั่งธนบุรี

  • จากชายฝั่งทะเลถึงคลองสนามชัย (พื้นที่สีแดง)
  • จากคลองสนามชัยถึงถนนพระรามสอง (พื้นที่สีส้ม)
  • พื้นที่เขตบางขุนเทียน ทุ่งครุ บางส่วนของ เขตจอมทองและเขตราษฎร์บูรณะ

                       ก่อนเกิด STORM SURGE จะมีสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรุงเทพมหานคร หรือสังเกตได้จากลักษณะอากาศที่จะค่อย ๆ เลวร้ายลงทำให้รู้ตัวล่วงหน้าได้หลายวันและอพยพได้ทัน 

                   หากลองนึกภาพเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอดีต แน่นอนว่า ภาพของเหตุการณ์ไล่ตั้งแต่พายุแฮเรียต ในปีพ.ศ.2505 ที่ซัดแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช จนราบเป็นหน้ากลอง ถัดมาในปี พ.ศ.2532 มหาวิบัติพายุเกย์ ก็สร้างความเจ็บช้ำให้แก่ชาวบ้านหลายพื้นที่ใน จ.ชุมพร จนมาถึงช่วงปี พ.ศ.2540 พายุลินดา ก็ซัดซ้ำรอยเดิมใน จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี...

                   เหตุการณ์ทั้งหมดคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายคน กระทั่งล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านก็เกิดเหตุพิบัติภัยจากพายุนาร์กีสที่ถล่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า จนสร้างความเสียหายเกินคณานับ ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่ไล่เรียงมานี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าล้วนแล้วเกิดขึ้นจากความรุนแรงของพายุที่พัดเข้าหาชายฝั่งในลักษณะที่เรียกว่า ‘Storm surge’

    Storm surge มหัตภัยร้ายเกินมองข้าม
                   นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อนที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง

    คำถามก็คือ Storm surge มีความเหมือนหรือแตกต่างจาการการเกิดสึนามิ หรือไม่?
                   นาวาเอก กตัญญู ชี้แจงว่า สิ่งที่คล้ายกัน คือ รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่แล้วพัดเข้าชายฝั่ง แต่ที่แตกต่างกัน คือ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจากพายุ

                   ส่วนความเสียหายนั้น คิดว่า Storm surge จะเลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะเกิดขึ้นพร้อมกับพายุซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วนไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามาก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ

                   “เมื่อ Storm surge เกิดมาพร้อมกับพายุโซนร้อน เพราะฉะนั้นเมื่อพายุเข้ามาเราก็จะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวันและสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด” นาวาเอก กตัญญู ให้ภาพ

    Storm surge